คาเฟ่กิมโพ ยางชน The Nillai บรันช์บ่าย 3 โมง พาสต้าไก่ทอดซอสไฟ

สรุปสั้น ๆ

The Nillai คือคาเฟ่ขนาดใหญ่แบบเบเกอรี่คาเฟ่ใกล้สถานีรถไฟยางชน (Yangchon) เมืองกิมโพ ผู้เขียนไปถึงตอนบ่าย 2 โมง 40 นาทีเพื่อรอบรันช์ที่เริ่มเสิร์ฟบ่าย 3 โมง แต่สั่งเซ็ตเมนูและริซอตโตไม่ได้ เลยเลือก Fire Chicken Shrimp Pasta พาสต้าซอสไก่ทอดเกาหลีรสเผ็ด คู่กับ Truffle Mushroom Pizza พิซซ่าเห็ดทรัฟเฟิล และ Strawberry Latte ลาเต้สตรอว์เบอร์รี ซึ่งรสชาติเกินคาด แต่การจัดการเวลาบรันช์และเมนูที่สั่งได้ยังเป็นจุดที่น่าปรับปรุง

ภาพทางเข้าคาเฟ่ขนาดใหญ่ The Nillai ในย่านยางชน กิมโพ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

ที่อยู่
80 Yangchonyeok-gil, Yangchon-eup, Gimpo-si, Gyeonggi-do, South Korea, G floor
เวลาที่ไป
ไปถึง 14:40 น. เริ่มปรุงอาหารได้ตั้งแต่ 15:00 น.
เมนูที่สั่ง
Fire Chicken Shrimp Pasta, Truffle Mushroom Pizza, Strawberry Latte
ข้อจำกัดการสั่ง
เซ็ตเมนูและริซอตโตสั่งไม่ได้ในวันนั้น
จุดเด่น
ว่ากันว่าเมนูและเครื่องดื่มออกแบบโดย Chef 63

ตามที่ผู้ไปเยือนเขียนไว้เมื่อ 31 สิงหาคม 2569

เวลาไปกิมโพทีไร ก็จะนึกถึงคาเฟ่ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งเสมอ นั่นก็คือ [The Nillai] ครั้งก่อนที่มาครั้งแรก ชอบบรรยากาศและที่นั่งของคาเฟ่มาก แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้กินเมนูบรันช์แล้วกลับไป รอบนี้เลยตั้งใจมาให้ตรงกับช่วงเวลาบรันช์ เพื่อจะได้กินให้เต็มที่จริง ๆ

ภาพทางเข้าคาเฟ่ขนาดใหญ่ The Nillai ในย่านยางชน กิมโพ
ภายนอกและป้ายคาเฟ่ The Nillai

The Nillai

The Nillai เป็นพื้นที่แบบไหน

[The Nillai] เป็นคาเฟ่ขนาดใหญ่มาก แต่ไม่ใช่แค่กว้างเฉยๆ โดยรวมแล้วบรรยากาศมีความรู้สึกดีมาก ที่นั่งจัดวางอย่างมีระยะห่าง แม้จะมีคนเยอะก็ไม่รู้สึกอึดอัด ที่สำคัญคือที่นั่งนั่งสบาย เหมาะกับการนั่งอยู่นาน ๆ จริง ๆ แล้วคาเฟ่ที่สวยอย่างเดียวก็สำคัญ แต่ถ้านั่งแล้วไม่สบายก็คงไม่กลับมาอีก แต่ The Nillai กลับมีเสน่ห์แปลก ๆ ที่ทำให้อยากกลับมาซ้ำ ๆ

ที่นั่งที่จัดวางอย่างมีระยะห่างภายในคาเฟ่ The Nillai
พื้นที่ภายในกว้างขวางและโต๊ะของ The Nillai

บรันช์เริ่มบ่าย 3 โมง เซ็ตเมนูและริซอตโตสั่งไม่ได้

รอบนี้ต่างจากครั้งก่อน เพราะตั้งใจมาให้ตรงเวลาบรันช์ ไปถึงประมาณบ่าย 2 โมง 40 นาที ซึ่งเป็นเวลาที่ค่อนข้างก้ำกึ่ง ได้รับแจ้งว่าจะเริ่มปรุงอาหารได้ตั้งแต่บ่าย 3 โมง แต่ก็ตั้งใจว่าครั้งนี้จะกินบรันช์ให้ได้ เลยรอสักหน่อย

แต่พอรอจนถึงเวลาแล้วจะสั่งอาหาร กลับได้รับแจ้งว่าเซ็ตเมนูและริซอตโตสั่งไม่ได้ ตั้งใจมาให้ตรงเวลาเพื่อกินบรันช์ทั้งที แต่เมนูที่สั่งได้กลับจำกัด รู้สึกเสียดายนิดหน่อย แต่จะกลับไปเฉย ๆ ก็เสียดาย เลยเลือกเมนูที่สั่งได้คือ Fire Chicken Shrimp Pasta และ Truffle Mushroom Pizza

จาน Fire Chicken Shrimp Pasta ของ The Nillai
โต๊ะที่วาง Truffle Mushroom Pizza คู่กับพาสต้า
ภาพระยะใกล้ของพาสต้ารสเผ็ดใส่กุ้ง

รสชาติ Fire Chicken Shrimp Pasta เป็นอย่างไร

Fire Chicken Shrimp Pasta เป็นเมนูที่ไม่เจอในเมนูบน Naver มาก่อน เลยสงสัยว่าจะเป็นอาหารแบบไหน ฟังจากชื่อก็คิดว่าน่าจะมีไก่ทอดราดอยู่ด้านบน แต่จริง ๆ แล้วไม่มีไก่ทอดวางแยกอยู่บนจานเลย

พอชิมดูก็พบว่าเป็นพาสต้าที่มีรสเผ็ดจัดจ้านแบบเฉพาะตัวของซอสบุลดัก (불닭볶음면 บะหมี่ไก่ทอดผัดซอสเผ็ด) ซึมอยู่ในซอสพาสต้า รสเผ็ดเริ่มมาตั้งแต่คำแรกแบบเบา ๆ แล้วยิ่งกินไปเรื่อย ๆ ก็ยิ่งรู้สึกถึงรสเผ็ดหวานที่คุ้นเคยจากบุลดักบกกึมเมียน แต่ก็ไม่ได้เผ็ดอย่างเดียว เพราะมีกุ้งเพิ่มความอูมามิแบบซีฟู้ด ทำให้เข้ากับความเป็นพาสต้าได้ดีเหมือนกัน

กุ้งกินคำเดียวได้พอดี ซอสเผ็ดซึมเข้าเส้นดีมาก พอม้วนเส้นกินแต่ละคำก็รู้สึกถึงรสซอสเต็ม ๆ ถ้าใครชอบรสเผ็ดแบบบุลดักบกกึมเมียนอยู่แล้วน่าจะถูกใจ แต่ถ้าคาดหวังพาสต้าบรันช์แบบนุ่มครีมมี่ อาจจะรู้สึกต่างจากที่คิดไว้บ้าง

ส่วนตัวคิดว่าถ้ามองเป็นพาสต้าที่กินในคาเฟ่ก็ถือว่าค่อนข้างโอเค เหมาะกับตอนที่อยากกินอาหารจริงจังนอกเหนือจากกาแฟหรือเครื่องดื่มหวาน ๆ

กินคู่กับ Truffle Mushroom Pizza

Truffle Mushroom Pizza ที่สั่งมาด้วยก็อร่อยเกินคาด พิซซ่าใส่เห็ดบางทีอาจจะรสจืดไปหน่อย แต่กลิ่นหอมและรสละมุนของเห็ดผสมกับชีสได้ลงตัว ไม่หนักจนเกินไป กลิ่นเห็ดที่หอมกรุ่นบวกกับความมันของชีส พอกินคู่กับพาสต้ารสเผ็ดก็ช่วยเสริมกันได้ดี

กินพิซซ่าไปหนึ่งชิ้นแล้วตามด้วยพาสต้ารสเผ็ด รู้สึกเหมือนซอสเผ็ดช่วยล้างความมันของชีสที่ค้างอยู่ในปากได้สะอาด ในทางกลับกัน พอกินพาสต้าแล้วตามด้วยพิซซ่า ความนุ่มมันของพิซซ่าก็ช่วยกดความเผ็ดลงนิดหน่อย คิดว่าการสั่งสองเมนูนี้คู่กันเป็นตัวเลือกที่ดี

เครื่องดื่มที่สั่งเป็นครั้งที่สอง Strawberry Latte

สำหรับเครื่องดื่ม สั่ง Strawberry Latte ที่เคยกินแล้วชอบจากครั้งก่อนอีกครั้ง ได้ยินว่า The Nillai ให้ Chef 63 เป็นคนสร้างสรรค์เมนูและเครื่องดื่ม อาจเป็นเพราะแบบนี้ เครื่องดื่มโดยรวมเลยอร่อยด้วย Strawberry Latte มีความหวานกลมกล่อมพร้อมรสเปรี้ยวอมหวานของสตรอว์เบอร์รีที่รู้สึกได้แบบเบา ๆ เหมือนกินของหวานอย่างหนึ่ง

โดยเฉพาะความนุ่มของนมที่เข้ากันดีกับความหวานของสตรอว์เบอร์รี ไม่ได้รู้สึกหวานหนักหรือหวานแบบสังเคราะห์จนเกินไป ครั้งก่อนกินแล้วคิดว่าอร่อย พอกลับมาสั่งอีกครั้งก็ยังพอใจเหมือนเดิม ปกติไม่ค่อยสั่งเครื่องดื่มเดิมซ้ำในคาเฟ่เดียวกันบ่อยนัก แต่ที่ The Nillai กลับอยากกลับมาสั่ง Strawberry Latte ซ้ำอีกครั้ง

แก้ว Strawberry Latte ของ The Nillai
มุมโต๊ะที่วางเครื่องดื่มพร้อมนั่งพักผ่อนในคาเฟ่

จุดที่รู้สึกเสียดาย

อย่างไรก็ตาม การมาครั้งนี้ก็มีจุดที่รู้สึกเสียดายในเรื่องการจัดการร้านอยู่บ้าง

ตั้งใจมาให้ตรงเวลาบรันช์ ไปถึงบ่าย 2 โมง 40 นาที แล้วรอจนถึงบ่าย 3 โมง แต่พอถึงเวลาจริงจะสั่งอาหาร กลับสั่งเซ็ตเมนูและริซอตโตไม่ได้ ในฐานะลูกค้าที่ตั้งใจมากินบรันช์ อยากให้มีการแจ้งเวลาเปิดให้บริการและเมนูที่สั่งได้จริงให้ชัดเจนกว่านี้

วันนั้นยังเห็นลูกค้าอีกโต๊ะที่สั่งกาแฟแล้วไม่ได้รับเครื่องดื่มสักที รอไปพักใหญ่จนต้องไปทวงพนักงานอีกครั้ง สุดท้ายดูเหมือนพนักงานจะรีบทำกาแฟให้ใหม่ พอเห็นเหตุการณ์แบบนี้ด้วยตาตัวเอง ก็รู้สึกว่านอกจากรสชาติอาหารและบรรยากาศแล้ว ระบบบริการและการจัดการร้านน่าจะเป็นระบบมากกว่านี้ได้

แน่นอนว่าช่วงที่คาเฟ่ยุ่งมาก ๆ อาจมีออร์เดอร์ตกหล่นหรือล่าช้าได้บ้าง ไม่อยากตัดสินบริการทั้งหมดจากเหตุการณ์เดียว แต่ถ้าเวลาเปิดให้บริการบรันช์ เมนูที่สั่งได้ และขั้นตอนการเสิร์ฟเครื่องดื่มถูกจัดการให้ชัดเจนกว่านี้ ก็น่าจะใช้บริการได้สบายขึ้นกว่าตอนนี้มาก

เหตุผลที่ยังอยากกลับมาอีก

ถึงอย่างนั้น ก็คิดว่ายังอยากกลับมา The Nillai อีกอยู่ดี

เหตุผลหลักคือพื้นที่ เป็นคาเฟ่ขนาดใหญ่ กว้างขวาง ที่นั่งสบาย นั่งอยู่นานก็ไม่รู้สึกอึดอัด เหมาะกับวันที่อยากนั่งพูดคุยและพักผ่อนแบบสบาย ๆ มากกว่าจะแวะดื่มกาแฟแล้วรีบออกไป

โดยเฉพาะเหมาะกับการมากับครอบครัวหรือคนรัก วันนี้ก็มากับสามี กินข้าวและดื่มเครื่องดื่มด้วยกัน ใช้เวลาแบบสบาย ๆ อยู่พักใหญ่ ทุกวันนี้ไม่ว่าจะไปที่ไหน มักมองหาที่ที่นั่งสบายมากกว่าแค่พื้นที่สวยงามอย่างเดียว ในแง่นี้ The Nillai ก็เป็นคาเฟ่ที่น่าพอใจทีเดียว

ข้อเสียคือถ้าจะกินเมนูบรันช์ ต้องใส่ใจเรื่องเวลาที่ไปพอสมควร แต่ถ้าอยากได้อาหารและคาเฟ่ในที่เดียว ก็แนะนำได้เต็มที่ พาสต้ากับพิซซ่ารสชาติเกินคาด เครื่องดื่มก็อร่อยดี เหมาะกับกินตามหลังมื้ออาหารด้วยเช่นกัน

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ นี่ไม่ใช่คาเฟ่ที่มาครั้งเดียวจบ แต่เป็นที่ที่นึกถึงอีกครั้งได้เรื่อย ๆ ครั้งก่อนเสียดายที่ไม่ได้กินบรันช์ รอบนี้เลยตั้งใจมาให้ตรงเวลาอีกครั้ง แม้จะสั่งเมนูที่อยากกินไม่ได้ครบทุกอย่าง แต่พอได้กินพาสต้า พิซซ่า และ Strawberry Latte ก็ถือว่าเป็นการกลับมาที่น่าพอใจพอสมควร

ถ้าใครกำลังหาคาเฟ่ขนาดใหญ่บรรยากาศดีในกิมโพ หรืออยากใช้เวลาสบาย ๆ ในพื้นที่กว้างขวาง อยากแนะนำ [The Nillai] โดยเฉพาะคนที่มองหาคาเฟ่ที่นั่งสบายจนอยากนั่งอยู่นาน ๆ

ครั้งหน้าคงต้องเช็กเวลาเปิดให้บริการเมนูบรันช์ให้ละเอียดขึ้นก่อนไป อยากให้ครั้งหน้าได้ลองกินริซอตโตและเซ็ตเมนูที่พลาดไปในครั้งนี้ให้ได้

ด้วยความรู้สึกดีของพื้นที่ ความสบายในการนั่ง และรสชาติอาหารเครื่องดื่มที่น่าพอใจโดยรวม ถ้าปรับเรื่องเวลาเปิดให้บริการและระบบบริการให้เป็นระบบมากขึ้นอีกนิด The Nillai ก็น่าจะกลายเป็นคาเฟ่ขนาดใหญ่ที่เป็นตัวแทนของกิมโพ ที่คนจะแวะเวียนมาเยอะขึ้นเรื่อย ๆ

ที่ตั้ง

The Nillai더 닐라이

80 Yangchonyeok-gil, Yangchon-eup, Gimpo-si, Gyeonggi-do, South Korea, G floor경기도 김포시 양촌읍 양촌역길 80 G층

เปิดใน Google Maps

สถานที่ · คาเฟ่