ร้านอาหารอิตาเลียนซองซู ใกล้สถานีซอลซุก บีฟเวลลิงตันต้องจองล่วงหน้า ที่ Huirit

สรุปสั้น ๆ

Huirit คือร้านอาหารอิตาเลียนที่ดัดแปลงจากบ้านพักอาศัยในตรอกซองซู เดินจากสถานีซอลซุกได้ เมนูบีฟเวลลิงตันที่ต้องจองล่วงหน้ากับพาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศ แบ่งกันกินสองคน เพสตรี้กรอบ เนื้อนุ่ม สลับกับความเปรี้ยวของมะเขือเทศและกลิ่นโรเก็ตที่ช่วยล้างปากได้พอดี เป็นมื้ออาหารที่น่าจดจำสำหรับเดตย่านซองซู

ภายในร้าน Huirit ที่ดัดแปลงจากบ้านพักอาศัย

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว

เวลาทำการ (จันทร์-ศุกร์)
11:00 - 22:00 พักเบรก 15:30 - 17:00
เวลาทำการ (เสาร์-อาทิตย์)
11:30 - 22:00
ที่อยู่
34 Wangsimni-ro 2-gil, 1st floor, Seongdong-gu, Seoul, South Korea
ที่จอดรถ
ไม่มีที่จอดรถ แนะนำขนส่งสาธารณะ
เมนูที่สั่ง
บีฟเวลลิงตัน (Beef Wellington), พาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศ (rocket tomato spaghetti)
การจอง
บีฟเวลลิงตันเป็นเมนูที่ต้องจองล่วงหน้า

ตามที่ผู้ไปเยือนเขียนไว้เมื่อ 9 กันยายน 2569

ช่วงนี้ถ้านัดกินข้าวแถวซองซู นอกจากรสชาติแล้วก็ต้องดูบรรยากาศด้วย เพราะย่านซองซูมีร้านสวยๆ เยอะมาก เลยอยากหาร้านที่ไม่ใช่แค่พาสต้าอร่อยอย่างเดียว แต่นั่งกินคุยกันเพลินๆ ได้ด้วย ครั้งนี้เลยไปที่ Huirit ร้านที่ซ่อนอยู่ในตรอกลึกๆ ของซองซูดง

เวลาเปิด-ปิด ที่ตั้ง และที่จอดรถของ Huirit

  • จันทร์-ศุกร์ 11:00 - 22:00 (พักเบรก 15:30 - 17:00)
  • เสาร์ 11:30 - 22:00
  • อาทิตย์ 11:30 - 22:00

Huirit ตั้งอยู่ที่ 34 Wangsimni-ro 2-gil, Seongdong-gu, Seoul และเดินจากสถานีซอลซุกได้ ไม่มีที่จอดรถแยกไว้ให้ ดังนั้นมาด้วยขนส่งสาธารณะจะสะดวกกว่า

ไม่ได้รู้สึกวุ่นวายเหมือนถนนสายหลักของซองซู แต่ยิ่งเดินลึกเข้าไปในตรอกยิ่งรู้สึกเงียบสงบขึ้นเรื่อยๆ ตัวร้านด้านนอกก็มีความน่ารัก ข้างในก็ไม่ได้เป็นร้านหรูจ๋าเกินไป แต่เป็นบรรยากาศสบายๆ ที่กินข้าวได้เพลินๆ ถูกใจมาก

ภายนอกร้าน Huirit ในตรอกลึกของซองซูดง

เลยคิดว่าเหมาะทั้งนัดบรันช์กับเพื่อนหรือจะแวะกินข้าวระหว่างเดตกับแฟนที่ซองซูก็ได้ จริงๆ แล้ว Huirit ไม่ได้มีแค่พาสต้ากับนโยกิ แต่ยังมีไวน์ให้จิบด้วย เลยเหมาะกับเป็นที่เดตมื้อเย็นเช่นกัน

ภายในร้าน Huirit ที่ดัดแปลงจากบ้านพักอาศัย

พื้นที่ดัดแปลงจากบ้านพักอาศัย ภายในที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามา

รู้จักร้านนี้ตอนหาร้านอิตาเลียนบรรยากาศดีๆ ระหว่างซองซูกับซอลซุก พอมาดูจริงๆ เป็นร้านที่ใช้บ้านเก่ามาดัดแปลง เลยมีความอบอุ่นต่างจากร้านอาหารทั่วไป จริงๆ Huirit คือพื้นที่ที่ดัดแปลงจากบ้านหลังเล็กๆ พร้อมที่นั่งกลางแจ้งด้วย

พอเข้าไปในร้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือแสงธรรมชาติที่ลอดผ่านหน้าต่างบานใหญ่ กรอบไม้ ผนังโทนครีม และแสงไฟอุ่นๆ ผสมกันจนได้บรรยากาศที่สงบแต่อบอุ่น โดยเฉพาะวิวสีเขียวนอกหน้าต่างที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทั้งที่อยู่ใจกลางซองซู

โต๊ะและเก้าอี้ก็ใช้วัสดุและสีที่ต่างกันผสมกันอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ดูจัดเรียบเกินไป แต่มีความสบายๆ แบบวินเทจ มุมหนึ่งมีภาพวาดเล็กๆ พิงอยู่ มีหน้าต่างเล็กบนผนังหรือบันไดที่เป็นองค์ประกอบให้มองเล่นระหว่างกินข้าวได้เพลินๆ

ที่นั่งริมหน้าต่างไม้ที่แสงธรรมชาติส่องเข้ามา

ส่วนตัวคิดว่าบรรยากาศแบบนี้ค่อนข้างสำคัญเวลาหาร้านบรันช์อร่อยแถวซองซู เพราะไม่ใช่ร้านที่กินไวๆ แล้วออก แต่เป็นบรรยากาศที่อยากนั่งคุยกันช้าๆ เหมาะกับเป็นร้านเดตซองซูเหมือนกัน

ผนังโทนครีมและโต๊ะสไตล์วินเทจ
ของตกแต่งและผนังภายในร้าน Huirit

ถ้ากำลังหาร้านอร่อยแถวซองซูดงที่ไม่หรูหราหรือวุ่นวายเกินไป แต่เงียบและอบอุ่น Huirit ถือว่าค่อนข้างดีเลย แวะก่อนหรือหลังเดินเล่นที่สวนซอลซุกก็ได้ หรือจะใส่ไว้ในคอร์สเดตซอลซุกที่เน้นบรรยากาศด้วยก็เหมาะ

โต๊ะที่จัดเตรียมไว้ก่อนเสิร์ฟอาหารที่ Huirit

บีฟเวลลิงตัน เมนูที่ต้องจองล่วงหน้า

วันนั้นสั่งบีฟเวลลิงตัน (Beef Wellington) กับพาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศ หนึ่งในเมนูที่ตั้งตารอมากที่สุดตอนมา Huirit ก็คือบีฟเวลลิงตันนี่แหละ

บีฟเวลลิงตันเมนูเด่นของ Huirit หนึ่งจาน

เป็นเมนูที่ขึ้นชื่อของ Huirit และเป็นเมนูที่ไม่ค่อยเจอในร้านพาสต้าทั่วไป เลยอยากลองสักครั้ง แต่บีฟเวลลิงตันเป็นเมนูที่ต้องจองล่วงหน้า ดังนั้นควรเช็กก่อนไปด้วย

การจัดจานบีฟเวลลิงตันบนโต๊ะ

พอจานมาวางบนโต๊ะ สิ่งแรกที่ดึงสายตาคือความสวยงามของมัน ด้านนอกอบเป็นเพสตรี้กรอบ ตัดแบ่งพร้อมเนื้อข้างในไปด้วยกัน ดูสนุกตาไม่น้อย

หน้าตัดเพสตรี้ที่อบจนกรอบ

ถ่ายรูปออกมาก็สวย เป็นเมนูที่ตัวอาหารเองเป็นจุดเด่น ถ้าใครหาร้านบรรยากาศดีแถวซองซูแล้วสั่งเมนูนี้ บรรยากาศโต๊ะน่าจะดูมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะ

ความต่างของสัมผัสระหว่างเพสตรี้กับเนื้อ

คำแรกที่กัดเข้าไป ความกรอบของเพสตรี้ด้านนอกมาก่อนเลย ด้านนอกเบาและหอม พอกัดลึกเข้าไปก็ต่อด้วยรสของเนื้อวัวที่นุ่ม ความต่างของสัมผัสชัดเจนมาก

โดยเฉพาะตอนกินเพสตรี้กับเนื้อไปพร้อมกันจะเข้ากันดีมาก ถ้ากินแค่ผิวนอกจะรู้สึกถึงความหอมมันก่อน แต่พอกินคู่กับเนื้อ กลิ่นเนื้อจะเสริมเข้ามาให้รสชาติลึกขึ้น

ชิ้นที่ตัดรวมทั้งเพสตรี้และเนื้อวัว
ภาพระยะใกล้เนื้อในของบีฟเวลลิงตัน

เนื้อวัวไม่เหนียวเกินไป กัดแล้วนุ่ม ตัดกับความกรอบของด้านนอกได้ดี ในคำเดียวได้ทั้งความกรอบและความชุ่มนุ่มไปพร้อมกัน กินสนุกดี

บีฟเวลลิงตันชิ้นที่ยกขึ้นมา

พอกินบีฟเวลลิงตันครั้งแรก ชอบตรงที่ไม่ได้หนักอย่างที่คิด

บีฟเวลลิงตันหั่นเป็นคำพอดีในจาน

เป็นเมนูเนื้อ คิดว่ารสชาติจะหนักมาก แต่ความหอมของเพสตรี้กับรสสะอาดของเนื้อเป็นตัวหลัก กินช้าๆ ก็ไม่รู้สึกอึดอัด

พอตัดกินไปทีละคำ ตอนแรกจะรู้สึกถึงสัมผัสของเพสตรี้ก่อน ยิ่งเคี้ยวยิ่งมีรสเนื้อขึ้นมา กระบวนการแบบนี้ก็ชอบเหมือนกัน

หน้าตัดบีฟเวลลิงตันขณะตัดกิน
จานบีฟเวลลิงตันระหว่างกิน

ถ้าปกติสั่งแต่พาสต้าหรือรีซอตโตที่คุ้นเคย วันไหนอยากกินอะไรพิเศษขึ้นแถวซองซู ลองเลือกบีฟเวลลิงตันดูก็ไม่เลว

เศษบีฟเวลลิงตันที่เหลือพร้อมซอส

โดยเฉพาะถ้าไปกันสองคน แบ่งกันกินจะดีมาก แทนที่คนหนึ่งจะกินเมนูเดียวจนเบื่อ สั่งหลายเมนูแล้วแบ่งบีฟเวลลิงตันกันกิน จะได้ลิ้มรสหลากหลายมากกว่า

โต๊ะที่แบ่งกันกินบีฟเวลลิงตันสองคน

พาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศ รสชาติเป็นยังไง?

พาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศที่สั่งมาด้วยกันก็ถูกใจกว่าที่คิดไว้

พาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศพร้อมโรเก็ตด้านบน

จริงๆ ตอนแรกก็คิดหนักว่าจะสั่งอะไรคู่กับบีฟเวลลิงตันดี สุดท้ายคิดว่าโชคดีที่สั่งพาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศมาด้วย

ภาพระยะใกล้พาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศ

เป็นพาสต้าซอสมะเขือเทศเป็นหลัก คำแรกเลยให้ความรู้สึกสดชื่น ความเปรี้ยวอมกลมกล่อมของมะเขือเทศซึมเข้าเส้นได้ดี กินคำแรกแล้วรู้สึกปากสะอาดขึ้น

พอมีโรเก็ต (rocket, ผักร็อกเก็ตหรือรูโคลา) เพิ่มเข้ามา ก็มีเสน่ห์ต่างจากพาสต้าซอสมะเขือเทศธรรมดา กลิ่นหอมอมขมนิดๆ ของโรเก็ตผสมกับความสดชื่นของมะเขือเทศ ทำให้รสชาติมีมิติมากขึ้น

เลยไม่ใช่แค่พาสต้ามะเขือเทศเปรี้ยวธรรมดา แต่ยิ่งเคี้ยวยิ่งมีกลิ่นโรเก็ตโชยขึ้นมาเบาๆ เส้นก็ไม่ลอยจากซอส ซอสมะเขือเทศเคลือบเส้นได้ดี กินพร้อมซอสในคำเดียวได้เต็มที่

ส่วนตัวเวลากินพาสต้ามะเขือเทศ ถ้าซอสหนักหรือเข้มเกินไปมักจะเบื่อหลังกินไม่กี่คำ แต่จานนี้พอมีโรเก็ตเข้ามาช่วย ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นโดยรวม

เส้นพาสต้าที่เคลือบด้วยซอสมะเขือเทศ

สลับกินกับบีฟเวลลิงตัน

พอกินบีฟเวลลิงตันคำหนึ่งแล้วสลับกินพาสต้าคำหนึ่ง การจับคู่แบบนี้ดีมาก บีฟเวลลิงตันให้ความหอมมันเข้มข้นของเนื้อและเพสตรี้ พอกินพาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศสลับ ความเปรี้ยวของมะเขือเทศกับกลิ่นโรเก็ตก็ช่วยล้างปากได้พอดี

ถ้ามองแค่พาสต้าอย่างเดียว ก็ไม่ได้จัดจ้านเกินไป กินต่อเนื่องได้เรื่อยๆ ความเปรี้ยวของซอสมะเขือเทศให้ความรู้สึกสดชื่นตอนแรก แต่พอกินไปเรื่อยๆ รสอูมามิกับความหอมของเส้นก็ขึ้นมาด้วย บาลานซ์ดี

พาสต้ามะเขือเทศพันรอบส้อมพร้อมกิน

ที่สำคัญคือโรเก็ตใส่มาเยอะ ทำให้จานดูสวย สีแดงของซอสมะเขือเทศกับสีเขียวของโรเก็ตตัดกันชัดเจน ถ่ายรูปอาหารออกมาสวยด้วย

สีสันตัดกันของซอสแดงและโรเก็ตเขียว

ถ้าใครหาร้านพาสต้าอร่อยแถวซองซูที่อยากได้ทั้งรสชาติ การจัดจาน และบรรยากาศ น่าจะถูกใจ อร่อยจริงๆ ถ้าไปครั้งหน้าคงสั่งพาสต้ามะเขือเทศอีกแน่นอน!

โต๊ะที่จัดบีฟเวลลิงตันและพาสต้าด้วยกัน

เหตุผลที่สั่งสองเมนูนี้ด้วยกัน

วันนั้นกินบีฟเวลลิงตันคู่กันแล้วรู้สึกพอใจกว่ามาก แทนที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง การสั่งสองเมนูมาด้วยกันช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดของกันและกัน จำได้แม่นกว่า เนื้อก็มีความหอมมันของมันเอง ส่วนพาสต้าก็สดชื่นด้วยมะเขือเทศกับโรเก็ต รสชาติไม่เอียงไปทางใดทางหนึ่ง

แถวซองซูมีร้านให้เลือกเยอะมาก แต่พอจะหาที่ไปเดตหรือนัดเจอกันจริงๆ ที่ทั้งบรรยากาศและเมนูลงตัวพร้อมกันไม่ง่ายเลย ในแง่นี้ Huirit ทำได้ดีทั้งบรรยากาศของพื้นที่และองค์ประกอบเมนู โดยเฉพาะบีฟเวลลิงตันที่กินวันนั้นเป็นเมนูที่ต้องจองล่วงหน้า เหมาะกับวันที่อยากกินอะไรพิเศษหน่อย ส่วนพาสต้าโรเก็ตมะเขือเทศก็ช่วยคุมบาลานซ์ของมื้อทั้งหมด สั่งคู่กันได้ดี

โต๊ะของ Huirit ในช่วงท้ายมื้ออาหาร

ถ้าอยากกินอะไรที่มีบรรยากาศมากกว่าพาสต้าธรรมดาจานหนึ่งแถวซองซู เก็บ Huirit ไว้ในลิสต์ได้เลย แวะก่อนหรือหลังเดินเล่นแถวสวนซอลซุกก็ดี หรือวันไหนอยากกินอาหารอร่อยพร้อมคุยกันสบายๆ ก็เหมาะเหมือนกัน ครั้งหน้าถ้าไปอีกอยากลองพาสต้าเมนูอื่นหรือนโยกิดูบ้าง ถ้ากำลังหาร้านอาหารที่มีบรรยากาศดีแถวซองซูดง ลองเช็ก Huirit ดูนะคะ :)

ที่ตั้ง

Huirit희릿

34 Wangsimni-ro 2-gil, 1st floor, Seongdong-gu, Seoul, South Korea서울특별시 성동구 왕십리로2길 34 1층

เปิดใน Google Maps

สถานที่ · ร้านอาหาร