ร้านอาหารเกาหลีกวางฮวามุน มื้อกลางวันวันธรรมดาห้องเต็ม Modam Dining
สรุปสั้น ๆ
Modam Dining Gwanghwamun ร้านอาหารเกาหลีสไตล์ฮันจองซิก (hanjeongsik) เสิร์ฟเป็นคอร์ส ตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน 1 ของ Deoksugung D-Palace ย่านกวางฮวามุน ไปกินมื้อกลางวันวันธรรมดาสั่งชุดฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ 1++ (bulgogi hot pot) ราคา 39,000 วอนต่อคน พบว่าห้องส่วนตัวเต็มหมดและโต๊ะฝั่งตรงข้ามกำลังมีการนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสจริงๆ ร้านเสิร์ฟอาหารจานต่อไปโดยดูจังหวะการกินของแต่ละโต๊ะ เหมาะกับมื้อครอบครัวหรือนัดพบที่ต้องคุยกันเยอะ

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
- ที่อยู่
- 10 Saemunan-ro 2-gil, Jongno-gu, Seoul, B102 & B103, basement level 1, Deoksugung D-Palace, South Korea
- เวลาเปิด-ปิด
- 11:00–22:00
- เบรกไทม์วันธรรมดา
- 15:00–17:00
- ที่จอดรถ
- ใช้ลานจอดรถ Deoksugung D-Palace
- เมนูที่สั่ง
- ชุดฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ 1++ ราคา 39,000 วอนต่อคน
- ที่นั่ง
- ห้องส่วนตัวและโซนโถงแบ่งด้วยฉากกั้น
ตามที่ผู้ไปเยือนเขียนไว้เมื่อ 7 กันยายน 2569

มีนัดกินข้าวเที่ยงแถวกวางฮวามุน เลยเลือกเมนูเกาหลีและไปที่ Modam Dining Gwanghwamun กันค่ะ
ร้านนี้เสิร์ฟเป็นคอร์สฮันจองซิก (hanjeongsik แปลว่าชุดอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิม) แถมยังมีห้องส่วนตัวให้เลือก จึงเป็นที่นิยมสำหรับมื้อครอบครัวกับพ่อแม่หรือแม้แต่การนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสที่ต้องคุยกันเบาๆ เงียบๆ เราไปกันช่วงเที่ยงวันธรรมดา ปรากฏว่าห้องเต็มหมดแล้ว และในโถงก็มีลูกค้านั่งเต็มเช่นกัน ที่น่าตกใจคือโต๊ะฝั่งตรงข้ามกำลังมีการนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสจริงๆ ทำให้รู้สึกได้เลยว่าร้านนี้เป็นที่นิยมมากสำหรับการนัดพบสำคัญแถวกวางฮวามุน
ที่ตั้งและวิธีเดินทางไป Modam Dining Gwanghwamun
- ที่อยู่ : 10 Saemunan-ro 2-gil, Jongno-gu, Seoul, B102 & B103, basement level 1, Deoksugung D-Palace, South Korea
- เวลาเปิด-ปิด : 11:00–22:00
- เบรกไทม์วันธรรมดา : 15:00–17:00
- ที่จอดรถ : ใช้ลานจอดรถ Deoksugung D-Palace

Modam Dining Gwanghwamun อยู่ชั้นใต้ดิน 1 ของอาคาร Deoksugung D-Palace ตำแหน่งอยู่กึ่งกลางระหว่างกวางฮวามุน พระราชวังคยองบก และซอแดมุน เดินทางสะดวกสำหรับมื้อกลางวันของคนทำงานหรือมื้อครอบครัวแถวกวางฮวามุน เข้าไปในอาคารแล้วลงไปชั้นใต้ดิน 1 ที่มีร้านค้าต่างๆ ตามป้ายบอกทางก็จะเจอร้าน ถ้าขับรถมาก็ใช้ลานจอดรถใต้ดินของอาคาร D-Palace ได้เลย สะดวกสำหรับมื้อครอบครัวที่ขับรถมา
ที่นัดพบกวางฮวามุนที่มีการนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสจริงๆ

ตั้งแต่ทางเข้าร้านก็ให้บรรยากาศเรียบสงบ ตกแต่งด้วยโทนเบจผสมไม้จริง แสงไฟไม่จ้าเกินไป ให้ความรู้สึกเหมือนพื้นที่ไดนิ่งหรูมากกว่าร้านอาหารเกาหลีทั่วไป
Q. Modam Dining Gwanghwamun เหมาะกับการนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสไหม?
ตอนที่ไปมื้อกลางวันวันธรรมดา ห้องทุกห้องมีคนใช้หมด และโต๊ะฝั่งตรงข้ามก็กำลังมีการนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสจริงๆ ร้านมีห้องส่วนตัวและโซนโถงก็แบ่งด้วยฉากกั้น เหมาะกับโอกาสที่ต้องคุยกันเงียบๆ
ภายในร้านมีห้องที่กินได้แบบส่วนตัว ส่วนโซนโถงก็ใช้ฉากกั้นแบ่งพื้นที่ให้รู้สึกแยกจากโต๊ะข้างเคียงพอสมควร เราไปช่วงเที่ยงวันธรรมดา ห้องเกือบทุกห้องมีคนใช้แล้วและโถงก็มีลูกค้าเยอะเช่นกัน
แม้เป็นมื้อกลางวันวันธรรมดา ห้องก็เต็มและโถงก็มีลูกค้าเยอะ ถ้าต้องการห้องสำหรับมื้อครอบครัวหรือนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรส ควรจองล่วงหน้าเพื่อให้ได้เวลาและที่นั่งที่ต้องการ


โดยเฉพาะโต๊ะฝั่งตรงข้ามที่ครอบครัวทั้งสองฝ่ายกำลังนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสกันจริงๆ เพราะสามารถกินคอร์สฮันจองซิกในบรรยากาศเงียบสงบได้ จึงมีคนมาใช้เป็นที่นัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสหรือมื้อครอบครัวกับพ่อแม่แถวกวางฮวามุนกันเยอะ ระหว่างกินก็ไม่มีเสียงดังรบกวนมากนัก คุยกับเพื่อนร่วมโต๊ะไปพลางกินช้าๆ ได้สบาย
ชุดฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ 1++ ราคา 39,000 วอนต่อคน


Modam Dining Gwanghwamun ไม่ได้มีชุดเดียว แต่มีคอร์สฮันจองซิกหลายแบบให้เลือกตามเมนูหลัก เมนูที่เราสั่งคือชุดฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ 1++ ราคา 39,000 วอนต่อคน ไม่ได้มีแค่บูลโกกีหม้อไฟเป็นเมนูหลักเท่านั้น แต่เริ่มจากโจ๊กประจำฤดู กิมจิน้ำพริกชองยาง สลัดผักตามฤดูกาล ผักสลัดมัสตาร์ดซอสถั่วสน ซาชิมิปลาสดตามฤดูกาลกับเซบิเช่จังอาจี ทงกำโมดัม และคาเพลลินีน้ำมันงา ก่อนเข้าสู่ฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ ข้าว และเครื่องเคียง 4 อย่าง
Q. เมนูเหมาะกับการกินร่วมกับพ่อแม่ไหม?
โดยรวมเป็นอาหารเกาหลีเป็นหลัก แม้แต่คาเพลลินีก็ใช้เส้นบางแบบโซมยอนราดน้ำมันงาและเครื่องเคียงสไตล์เกาหลี ไม่รู้สึกแปลกใหม่มาก ท้ายที่สุดจบด้วยบูลโกกีหม้อไฟ ข้าวและเครื่องเคียง ทำให้รู้สึกว่าเมนูเข้าถึงง่ายแม้พาพ่อแม่มาด้วย

อาหารเรียกน้ำย่อยที่เสิร์ฟมาคือโจ๊กถั่วเขียว กิมจิน้ำพริกชองยาง สลัดตามฤดูกาล และผักสลัดมัสตาร์ดซอสถั่วสน แต่ละจานมีตะเกียบแยกให้ตักแบ่งกัน สะดวกมากเวลากินกันหลายคน
โจ๊กประจำฤดู - เริ่มต้นเบาๆ ด้วยโจ๊กถั่วเขียว

จานแรกที่เสิร์ฟมาคือโจ๊กประจำฤดูซึ่งเป็นโจ๊กถั่วเขียว ปริมาณกำลังดีสำหรับปรับสภาพท้องก่อนกินอาหารหลายจาน รสชาติกลมกล่อมหอมมันแบบถั่วเขียวมาก่อนเลย ไม่ข้นหรือเหลวเกินไป กลืนง่าย เป็นจานเปิดที่ไม่หนักท้อง เริ่มต้นด้วยโจ๊กอุ่นๆ แบบค่อยเป็นค่อยไปแทนที่จะเริ่มด้วยรสจัด ทำให้ไปต่อจานถัดไปได้ลื่นไหล
กิมจิน้ำพริกชองยาง
กิมจิน้ำพริกชองยางที่เสิร์ฟมาด้วยก็ทำให้หยิบกินบ่อยกว่าที่คิด น้ำซุปเย็นชื่นใจมีความเผ็ดนิดๆ จากพริกชองยางเพิ่มเข้ามา ทำให้รสชาติสะอาดกว่ากิมจิน้ำทั่วไป แต่ไม่เผ็ดจนกลบรสอาหารอื่น พอกินของทอดหรือคาเพลลินีที่มันๆ แล้วตักกินสักช้อน ปากก็สดชื่นขึ้น กินคู่กันไปเรื่อยๆ จนถึงบูลโกกีหม้อไฟหลัก
สลัดตามฤดูกาลซอสยูซุ

ต่อมาคือสลัดตามฤดูกาลราดซอสยูซุ มีผักหลายชนิดจัดในจานเดียว สีสันของแต่ละวัตถุดิบไม่ซ้ำกัน ทำให้ดูสวยตั้งแต่วางบนโต๊ะ ไม่ใช่แค่ใส่ผักเยอะๆ แต่จัดวางสีและสัมผัสให้ผสมกันลงตัว ผักกรอบสดใหม่ ซอสยูซุมีรสเปรี้ยวหวานหอมเป็นเอกลักษณ์ หลังจากเริ่มด้วยโจ๊กถั่วเขียวแล้วมากินสลัดสดชื่น ทำให้ความอยากอาหารกลับมาอีกครั้ง ลำดับอาหารเรียกน้ำย่อยจึงลื่นไหลดี
ผักสลัดมัสตาร์ดซอสถั่วสน

ในบรรดาอาหารเรียกน้ำย่อย ผักสลัดมัสตาร์ดซอสถั่วสนถูกปากเราเป็นพิเศษ ผักกรอบเคลือบด้วยซอสถั่วสนหอมมันปริมาณเยอะพอสมควร ตอนแรกรู้สึกถึงความนุ่มหอมมัน แล้วรสเผ็ดซ่าของมัสตาร์ดก็ตามมาแบบเบาๆ ในภายหลัง แม้เป็นซอสถั่วสนก็ไม่หนักหรือเลี่ยนเกินไป เพราะมัสตาร์ดช่วยปรับสมดุลรสชาติ


มีถั่วชนิดต่างๆ ให้สัมผัสกรุบกรอบเพิ่มความหอมมันและสัมผัสที่ชัดเจน ต่างจากสลัดทั่วไปแน่นอน ถ้าสลัดยูซุก่อนหน้าเน้นรสสดชื่นเบาๆ ปลุกความอยากอาหาร ผักสลัดมัสตาร์ดซอสถั่วสนจะมีรสหอมมันเข้มข้นกว่า ความต่างของสองเมนูนี้ชัดเจนมาก ส่วนตัวรู้สึกว่าเป็นเมนูเรียกน้ำย่อยที่ประทับใจจนอยากกลับไปกินอีกครั้ง
ซาชิมิปลาสดตามฤดูกาลกับเซบิเช่จังอาจี

จานถัดมาคือซาชิมิปลาสดตามฤดูกาลกับเซบิเช่จังอาจี วันนั้นเสิร์ฟเป็นซาชิมิแซลมอน แซลมอนหั่นชิ้นหนากับซอสจากจังอาจี (ผักดองเกาหลี) ให้รสชาติที่ต่างจากซาชิมิแซลมอนทั่วไป

ตัวแซลมอนมีความนุ่มมันแบบเฉพาะตัว เมื่อผสมกับรสเปรี้ยวเค็มของจังอาจี ช่วยตัดความมันของแซลมอนได้ดี แถมยังน่าสนใจตรงที่ไม่ได้จิ้มโชยุวาซาบิแบบญี่ปุ่น แต่ใช้จังอาจีผสมผสานเข้ากับคอร์สเกาหลีได้อย่างเป็นธรรมชาติ ปริมาณก็ไม่เยอะ พอดีสำหรับชิมเบาๆ ก่อนไปจานถัดไป
ทงกำโมดัม
ทงกำโมดัมที่เสิร์ฟมาคือเห็ดหอมทอด เห็ดหอมชิ้นหนาเคลือบแป้งทอดสีส้ม พร้อมซอสด้านนอก ตอนแรกคิดว่าความกรอบคงเหลือน้อยแล้ว แต่พอกัดคำแรกกลับกรอบกว่าที่คาดไว้มาก
แป้งทอดด้านนอกกรอบแตก ด้านในยังคงความเหนียวนุ่มชื้นเฉพาะตัวของเห็ดหอมชิ้นหนา ที่ชอบคือแม้มีซอสเคลือบแป้งทอดก็ไม่เละหรือแฉะ ตัวซอสออกหวานนิดๆ เผ็ดนิดๆ เข้ากันดีกับกลิ่นเห็ดหอม กรอบนอกนุ่มใน ยิ่งเคี้ยวยิ่งได้กลิ่นเห็ดหอมชัดขึ้น ส่วนตัวจำได้ไม่แพ้ผักสลัดมัสตาร์ดซอสถั่วสนเลย
คาเพลลินีน้ำมันงา

คาเพลลินีน้ำมันงาที่เสิร์ฟถัดมาก็น่าสนใจ เพราะมีเมนูเส้นแทรกอยู่กลางคอร์สเกาหลี ตรงกลางเป็นเส้นคาเพลลินี ด้านบนโรยหน้าด้วยกุ้งหวาน สาหร่าย ต้นหอม ไข่ และหัวไชเท้ารวม 5 สี ดูสวยงาม ก่อนกินก็คลุกให้เข้ากันทั่วๆ ให้กุ้งหวานและเครื่องโรยหน้าผสมกับเส้นคาเพลลินีอย่างทั่วถึง
กลิ่นหอมของน้ำมันงาขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก เมื่อเครื่องโรยหน้าผสมกันสัมผัสก็เปลี่ยนไปในแต่ละคำ เมื่อเติมรสนุ่มเข้มของกุ้งหวานเข้ามา แม้ไม่ปรุงรสจัดก็ไม่รู้สึกจืดชืด คาเพลลินีบางกว่าพาสต้าทั่วไปมาก สัมผัสคล้ายเส้นโซมยอน จึงคิดว่าคนรุ่นพ่อแม่ที่ไม่คุ้นพาสต้าก็น่าจะกินได้ไม่แปลกใหม่มาก เพราะน้ำมันงาและสาหร่ายซึ่งเป็นวัตถุดิบเกาหลีคุ้นเคยเป็นตัวคุมรสหลัก แม้ชื่อจะเป็นพาสต้าแต่กินแล้วรู้สึกเหมือนเมนูเส้นที่กลมกลืนไปกับคอร์สเกาหลีมากกว่า
ฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ 1++ ที่เสิร์ฟตามจังหวะการกิน

พอเรากินอาหารเรียกน้ำย่อยใกล้หมดแล้ว ทางร้านก็เตรียมเมนูหลักคือฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ 1++ มาให้ สิ่งที่ประทับใจคือจังหวะการเสิร์ฟ เราและโต๊ะข้างๆ เข้ามาและเริ่มกินในเวลาใกล้เคียงกัน แต่ฝั่งเรากินเร็วกว่าเล็กน้อย ไม่ใช่แค่เสิร์ฟเมนูหลักตามลำดับโต๊ะ แต่ดูเหมือนจะติดตามความคืบหน้าของแต่ละโต๊ะจริงๆ เพราะโต๊ะเราได้บูลโกกีหม้อไฟมาก่อน

คอร์สอาหารถ้าเสิร์ฟเร็วเกินไปติดๆ กันโต๊ะจะรก แต่ถ้าห่างเกินไปจังหวะการกินก็ขาดตอน ที่ Modam Dining รู้สึกเหมือนเขาคอยดูความเร็วในการกินของแต่ละโต๊ะแล้วเตรียมจานถัดไปให้ ทำให้ไม่ต้องรอนานแต่ก็ยังกินได้อย่างสบายๆ สำหรับมื้อครอบครัวหรือการนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสที่ต้องคุยกันเยอะระหว่างกิน บริการแบบนี้ถือว่าสำคัญมาก
เริ่มชิมเครื่องเคียง 4 อย่างกับข้าวกล้องดำ


มื้อหลักมาพร้อมข้าวกล้องดำและเครื่องเคียง 4 อย่าง วันที่เราไปมีกิมจิ เห็ด ฟักเขียว และเครื่องเคียงจากถั่วต่างๆ รวม 4 ชนิด
ระหว่างรอบูลโกกีหม้อไฟเดือด เราลองตักข้าวกล้องดำอุ่นๆ วางเครื่องเคียงทีละอย่างชิมก่อน โดยรวมเครื่องเคียงไม่ปรุงรสจัดเกินไป กินคู่ข้าวได้สบาย แต่ละอย่างสัมผัสต่างกันทำให้สนุกกับการชิมทีละจาน ก่อนหน้านี้กินอาหารเกาหลีที่ปรับสไตล์นิดหน่อยอย่างเซบิเช่หรือคาเพลลินี พอมาถึงมื้อหลักที่มีข้าวกับเครื่องเคียงก็รู้สึกเหมือนกลับมาสู่โต๊ะฮันจองซิกแบบคุ้นเคยอีกครั้ง
ฮันวูบูลโกกีหม้อไฟต้มสดจากเตาบนโต๊ะ
ฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ 1++ เป็นแบบต้มสดบนเตาที่โต๊ะ เนื้อฮันวูหั่นบางพร้อมเห็ด ต้นหอม และผักอื่นๆ ใส่มาเต็มหม้อ ดูอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่ยังไม่เดือด พอเปิดไฟรอสักพัก น้ำซุปก็เริ่มเดือดปุดๆ เนื้อบูลโกกีที่หั่นบางก็เปลี่ยนสีเร็วมาก

เนื้อบางทำให้ไม่ต้องรอนาน พอเดือดครั้งเดียวก็ตักกินได้เลย ระหว่างเดือดรสชาติจากเนื้อและผักผสมเข้ากับน้ำซุป สีน้ำซุปก็เข้มขึ้นเรื่อยๆ ข้อดีของหม้อไฟคืออุ่นกินได้ต่อเนื่องตลอดมื้อ
ฮันวูบูลโกกีนุ่มๆ กับข้าวกล้องดำ

ลองตักฮันวูที่สุกดีแล้วมากิน เนื้อบูลโกกีหั่นบางไม่มีส่วนที่เหนียว นุ่มดี น้ำซุปซึมเข้าเนื้อทำให้ไม่แห้งกระด้าง ซอสบูลโกกีมีรสหวานเค็มคุ้นเคย แต่ไม่จัดจนกลบความหอมมันของฮันวู ตักเห็ดและต้นหอมมากินด้วย เพราะซึมน้ำซุปเต็มที่จึงชุ่มฉ่ำกว่ากินเนื้ออย่างเดียว พอกินหลายอย่างพร้อมกันก็ได้รสชาติแบบหม้อไฟจริงๆ

และบูลโกกีก็เข้ากันดีที่สุดตอนกินคู่ข้าวกล้องดำ วางเนื้อบูลโกกีที่ชุ่มน้ำซุปลงบนข้าว ราดน้ำซุปนิดหน่อย รสหวานเค็มซึมเข้าข้าวพอดี ทำให้ตักคำต่อไปได้เรื่อยๆ ระหว่างนั้นก็สลับกินกิมจิหรือฟักเขียวเป็นเครื่องเคียง แล้วตักเห็ดกับฮันวูมาวางบนข้าวอีกครั้ง ลองกินได้หลายแบบ แม้กินอาหารเรียกน้ำย่อยมาหลายจานจนอิ่มระดับหนึ่งแล้ว แต่เมนูหลักไม่มันจนเกินไป มีผักและเห็ดเยอะ กินจนจบมื้อได้โดยไม่หนักท้อง

สรุปหลังไปมื้อกลางวันวันธรรมดา
Modam Dining Gwanghwamun ที่แม้เป็นมื้อกลางวันวันธรรมดาแต่ห้องเต็มหมดและโถงก็มีลูกค้าเยอะ เริ่มจากโจ๊กถั่วเขียว ตามด้วยสลัด ผักสลัดมัสตาร์ดซอสถั่วสน ซาชิมิแซลมอน เห็ดหอมทอด คาเพลลินีน้ำมันงา แล้วจบมื้อแบบอิ่มท้องด้วยฮันวูบูลโกกีหม้อไฟ 1++ อุ่นๆ กับข้าวกล้องดำ ที่สำคัญคือบรรยากาศเงียบสงบขนาดที่มีโต๊ะจริงๆ กำลังนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสอยู่ด้วย และบริการที่เสิร์ฟตามจังหวะการกินของแต่ละโต๊ะก็น่าประทับใจ ถ้าใครวางแผนมื้ออาหารกับพ่อแม่แถวกวางฮวามุน มื้อครอบครัว หรือการนัดพบครอบครัวว่าที่คู่สมรสที่ต้องใส่ใจทั้งอาหารและบรรยากาศ ลองจำ Modam Dining Gwanghwamun ไว้เป็นร้านฮันจองซิกกวางฮวามุนสำหรับนัดพบสำคัญได้เลยค่ะ
ที่ตั้ง
10 Saemunan-ro 2-gil, Jongno-gu, Seoul, B102 & B103, basement level 1, Deoksugung D-Palace, South Korea서울특별시 종로구 새문안로2길 10 덕수궁디팰리스 지하 1층 B102호, B103호










