ร้านอาหาร เซจง มื้อเที่ยงวันธรรมดาเงียบ ๆ ยอคกี้ Le Garden Bleu
สรุปสั้น ๆ
Le Garden Bleu คือร้านอาหารตะวันตกในย่านออจินดง เมืองเซจง ที่เหมาะกับการนั่งกินข้าวไปคุยกันไปช้า ๆ มื้อเที่ยงนี้แบ่งกันกินยอคกี้มันฝรั่งซอสรากูข้าวโพดโชดัง พาสต้าโพโมโดโร และสลัดซีซาร์ไก่ซูวี แล้วต่อด้วยร้านหนังสือและช้อปปิ้งแบบสบาย ๆ ถ้าเลี่ยงช่วง 12 โมงถึงบ่ายโมงของวันธรรมดา ร้านจะเงียบกว่ามาก

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
- ที่อยู่
- ชั้น 1, KT&G Sejong Tower A (อาคาร Nike), 411 Hannuri-daero, Sejong, South Korea
- เวลาเปิด-ปิด
- 11:00–21:00 น.
- เวลาพักร้าน
- 14:50–17:30 น.
- ที่จอดรถ
- ใช้ที่จอดรถในอาคารได้ ลงทะเบียนจอดฟรี
ตามที่ผู้ไปเยือนเขียนไว้เมื่อ 10 กันยายน 2569
มื้ออาหารในเซจงที่เหมาะกับการนั่งคุยกันช้า ๆ
วันไหนที่อยากนั่งกินข้าวช้า ๆ พร้อมพูดคุยกับใครสักคนในเซจง เราจะนึกถึงร้านหนึ่งขึ้นมาเป็นบางครั้ง นั่นก็คือ Le Garden Bleu ค่ะ




ครั้งนี้เรามาที่ Le Garden Bleu เพื่อกินมื้อเที่ยงกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนานในเซจง เคยมาหลายครั้งแล้วเลยไม่รู้สึกแปลกใหม่ แต่พอกลับมาอีกที บรรยากาศเฉพาะตัวของที่นี่ก็ยังดีเหมือนเดิม รสชาติอาหารก็สำคัญ แต่ความทรงจำของมื้ออาหารมันก็ต่างกันไปตามว่าเราใช้เวลากับใครและแบบไหนด้วยนะคะ ในแง่นั้น Le Garden Bleu คือพื้นที่ที่เหมาะกับการกินข้าวไปคุยกันไปอย่างสบาย ๆ จริง ๆ
พอเดินเข้าร้าน สิ่งแรกที่สะดุดตาคือบรรยากาศโดยรวมที่ทั้งสะอาดตาและดูมีสไตล์ ไม่ใช่ร้านที่เป็นทางการจนเกินไป แต่ก็ไม่ได้แคชวลเกินไปเช่นกัน เลยคิดว่านอกจากกินกับเพื่อนแล้ว จะมาเดต มากินกับครอบครัว หรือมาในโอกาสพิเศษก็เข้ากันได้ดีค่ะ


มื้อเที่ยงวันธรรมดา ควรมาเวลาไหนถึงจะสบาย ๆ?
จุดที่เราชอบเป็นพิเศษหลังจากมาที่นี่หลายครั้งคือ ถ้าเลือกช่วงเวลาดี ๆ จะได้กินข้าวแบบสบาย ๆ ทีเดียว แถวนี้มีคนทำงานออฟฟิศเยอะ ช่วง 12 โมงถึงบ่ายโมงของวันธรรมดาร้านเลยค่อนข้างคึกคัก เราเลยพยายามเลี่ยงช่วงพีคของมื้อเที่ยงสักหน่อยถ้าทำได้ แค่ผ่านช่วงเวลานั้นไป บรรยากาศก็เงียบลงมาก เหมาะกับการค่อย ๆ กินไปคุยไปมากเลยค่ะ


คอมโบยอคกี้มันฝรั่งกับพาสต้าโพโมโดโร
เมนูที่สั่งครั้งนี้คือ ยอคกี้มันฝรั่งโฮมเมดคังวอนกับซอสรากูข้าวโพดโชดัง (ยอคกี้คือเกี๊ยวมันฝรั่งแบบอิตาเลียน ส่วนข้าวโพดโชดังคือข้าวโพดหวานของเกาหลี) พาสต้าโพโมโดโรคลาสสิก และสลัดซีซาร์การ์เดนไก่ซูวีค่ะ
อย่างแรก ยอคกี้มันฝรั่งโฮมเมดคังวอนกับซอสรากูข้าวโพดโชดัง เป็นเมนูที่แค่ชื่อก็ทำให้อยากรู้แล้วว่ารสชาติจะเป็นยังไง ยอคกี้มันฝรั่งนุ่ม ๆ เพิ่มความหวานหอมมันของข้าวโพดโชดังเข้าไป แล้วซอสรากูก็เข้ากันได้ดี โดยรวมเลยได้รสชาติที่เต็มอิ่มมาก ๆ
เนื้อสัมผัสของยอคกี้ที่ทั้งนุ่มอุ่นและหนึบ ๆ แบบเฉพาะตัวคือดีมาก ความหวานอ่อน ๆ ของข้าวโพดโชดังกับความครีมมี่ก็เข้ากันได้ดี พอเติมซอสรากูเข้าไป รสชาติเลยไม่เอียงไปทางนุ่มมันอย่างเดียว แต่เหมือนช่วยดึงความกลมกล่อมขึ้นมา ที่สำคัญคือตั้งแต่จานถูกยกมาเสิร์ฟ สีสันและการจัดจานสวยจนต้องเพลิดเพลินด้วยตาก่อนเลยค่ะ




พาสต้าโพโมโดโรคลาสสิกกลับดีตรงที่รสชาติซื่อตรงกับพื้นฐาน ได้ความเปรี้ยวสดชื่นและความหวานอ่อน ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของซอสมะเขือเทศ โดยรวมไม่จัดจ้าน แต่สะอาดเกลี้ยงค่ะ
คอมโบที่สั่งคู่กับยอคกี้มันฝรั่งเลยถูกใจไปด้วย ถ้ายอคกี้นุ่ม ครีมมี่ และรสเต็มอิ่ม พาสต้าโพโมโดโรก็ให้ความรู้สึกสดชื่นเรียบง่าย สลับกินสองอย่างนี้ได้ดีมาก ถ้ามากันหลายคน อยากแนะนำให้สั่งเมนูคนละสไตล์แบบนี้มาแบ่งกันกินค่ะ
แล้วสลัดซีซาร์การ์เดนไก่ซูวีที่สั่งมาด้วยก็ดีเช่นกัน เวลากินพาสต้าหรือยอคกี้ ถ้ามีสลัดกินคู่ไปด้วย มื้ออาหารโดยรวมก็จะสดชื่นขึ้นเยอะเลยค่ะ
ไก่ซูวีนุ่ม ๆ ผสมกับผักสด ๆ และมีวัตถุดิบหลายอย่างใส่มาเต็ม ๆ เลยไม่ใช่แค่สลัดกินเคียง แต่อิ่มท้องเหมือนเป็นเมนูมื้อหนึ่งเลย กินสลับระหว่างพาสต้ากับยอคกี้ ปากก็สดชื่นขึ้น และแต่ละเมนูก็สมดุลกันดีค่ะ

ทำไมถึงชอบการจัดจานและที่จอดรถที่ให้เวลาเหลือเฟือ
อีกข้อดีที่รู้สึกได้จากการมา Le Garden Bleu หลายครั้งคือ ที่นี่ให้ความสำคัญกับ “ความอร่อยที่มองเห็นได้” ของอาหารมากจริง ๆ
พออาหารมาวางบนโต๊ะ การจัดจานและสีสันสวยจนอยากหยิบกล้องมาถ่ายรูปโดยอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ใช่อาหารที่เน้นแค่หน้าตา แต่ละเมนูมีการจับคู่วัตถุดิบกับซอสที่ดี เลยเป็นร้านที่ได้ทั้งความสุขจากการมองและความสุขจากการกินไปพร้อมกันค่ะ
และหนึ่งในจุดที่เราชอบมากเป็นการส่วนตัวคือเรื่องที่จอดรถ ใช้ที่จอดรถในตัวอาคารได้ และตอนที่เราไปนั้น จอดฟรีได้ถึง 5 ชั่วโมงเลยทีเดียว หลายร้านพอกินไปก็ต้องคอยกังวลเรื่องเวลาจอดรถ แต่ที่นี่ให้เวลาจอดเหลือเฟือแบบนี้ เลยไม่ต้องรีบกิน ดีมากค่ะ
จุดที่ดีเป็นพิเศษของ Le Garden Bleu คือแผนการของวันไม่จบลงแค่มื้ออาหารมื้อเดียวค่ะ




หลังมื้ออาหารต่อด้วยร้านหนังสือและช้อปปิ้ง
แถวนั้นมีร้านหนังสือ Kyobo Bookstore (เคียวโบมุนโก) เลยเหมาะกับการเดินดูหนังสือช้า ๆ หลังกินเสร็จ ครั้งนี้ก็เหมือนกัน หลังกินข้าวอร่อย ๆ กับเพื่อนแล้ว เราแวะ Kyobo Bookstore ไปดูหนังสือโน่นนี่ด้วยกัน สำหรับคนชอบร้านหนังสืออย่างเรา การที่กินเสร็จแล้วไปดูหนังสือต่อได้แบบเป็นธรรมชาติก็เป็นข้อดีที่ค่อนข้างใหญ่เลยค่ะ
นอกจากนี้ในอาคารเดียวกันและบริเวณรอบ ๆ ยังมีที่ช้อปปิ้งอย่างร้านเสื้อผ้าด้วย กินข้าวเสร็จจะไปดื่มชา ดูหนังสือ แล้วต่อด้วยช้อปปิ้งเบา ๆ ก็สะดวก และเพราะเวลาจอดรถเหลือเฟือ เลยเพลิดเพลินกับแผนแบบนี้ได้อย่างสบาย ๆ ตรงนี้ก็ถูกใจค่ะ
เวลาที่ได้กินของอร่อยกับคนดี ๆ คุยกันช้า ๆ แล้วไปร้านหนังสือด้วยกัน ดูหนังสือ ช้อปปิ้ง จริง ๆ อาจไม่ใช่แผนอะไรพิเศษ แต่ช่วงเวลาธรรมดา ๆ แบบนี้แหละที่กลับอยู่ในความทรงจำได้นาน อาจเพราะได้มากับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันนาน มื้ออาหารที่ Le Garden Bleu ครั้งนี้เลยเป็นช่วงเวลาที่รู้สึกดียิ่งขึ้นไปอีกค่ะ
ถ้ากำลังหาที่กินข้าวในเซจงที่บรรยากาศดี หน้าตาและรสชาติอาหารก็ไม่พลาด และที่สำคัญคือได้นั่งคุยกันแบบสบาย ๆ เราอยากแนะนำ Le Garden Bleu สักครั้งค่ะ โดยเฉพาะถ้าเป็นวันธรรมดา ลองเลี่ยงช่วง 12 โมงถึงบ่ายโมงที่คนทำงานออฟฟิศมากันเยอะสักหน่อยนะคะ จะได้กินข้าวในบรรยากาศที่เงียบและสบายกว่ามาก
คนที่ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งหลังห่างหายไปนาน อาหารอร่อย บทสนทนาสบาย ๆ และร้านหนังสือที่เดินดูด้วยกันหลังมื้ออาหาร เวลาในเซจงครั้งนี้ก็เลยกลายเป็นความทรงจำดี ๆ อีกหนึ่งอย่าง ครั้งหน้าถ้าเป็นวันที่อยากกินข้าวช้า ๆ พร้อมคุยกับใครสักคนในเซจง เราคงนึกถึง Le Garden Bleu อีกครั้งค่ะ
ที่ตั้ง
1st floor, KT&G Sejong Tower A (Nike building), 411 Hannuri-daero, Sejong, South Korea세종특별자치시 한누리대로 411 KT&G세종타워A (나이키 건물) 1층









