คาโอหยูแทจอน ตุนซานดง เผ็ดชาชิงฮวาเจียว ใส่ผักเห็ดรวม Bantiannyao
สรุปสั้น ๆ
Bantiannyao Kaoyu Daejeon Branch คือร้านจีนปลาเผาสไตล์จีนย่านตุนซานดง เมืองแทจอน เดินจากห้าง Galleria แค่ 3 นาที ไปกินตอนบ่ายสามครึ่งวันหยุด สั่งชิงฮวาเจียวคาโอยฺว์ (ปลานิงโป) ใส่ผักเห็ดรวม พร้อมเซลฟ์บาร์คนละ 2,000 วอน รสเผ็ดชาของชิงฮวาเจียวสดชื่นและซ่าลิ้นต่างจากมาล่าแดงชัดเจน แถมเติมน้ำซุปให้เรื่อยๆ กินจนจบไม่เค็มเกินไป

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
- ที่ตั้ง
- 13 Dunsan-ro 31beon-gil, Seo-gu, Daejeon, South Korea ชั้น 2 ห้อง 1 — เดินจากห้าง Galleria Department Store 3 นาที
- เวลาเปิด-ปิด
- จันทร์-อาทิตย์ 11:00-22:30
- เมนูที่สั่ง
- Qinghuajiao Kaoyu (ปลานิงโป) + ผักเห็ดรวม
- เซลฟ์บาร์
- คนละ 2,000 วอน ข้าว น้ำดื่ม ฯลฯ ไม่อั้น
- ชนิดปลา
- สาขาตุนซานดงมีเฉพาะปลานิงโป (Ningbo fish)
ตามที่ผู้ไปเยือนเขียนไว้เมื่อ 8 กันยายน 2569
วันนี้จะมาแนะนำร้านปลาที่ดังมากในจีนค่ะ ชื่อร้าน Bantiannyao + Kaoyu (แปลว่าปลาเผา) นั่นเองงง!
นี่ไงคะร้านที่ว่า?! ร้านคาโอหยูสไตล์จีนในแทจอน ที่ตั้งอยู่ห่างจากห้าง Galleria Department Store แค่เดินประมาณ 3 นาทีเองค่ะ!

⏰ เวลาเปิด-ปิดคือ จันทร์-อาทิตย์ 11:00-22:30 ค่ะ


ทำไมคนชอบมาล่าถึงมาลองคาโอหยู
ปกติเป็นคนที่ชอบกินมาล่าทั่งหรือซังกัวอยู่แล้ว เลยสนใจเมนูปลาแบบคาโอหยูโดยธรรมชาติค่ะ พอดีได้ยินว่ามี Bantiannyao Kaoyu Daejeon Branch อยู่แถวห้าง Galleria ย่านตุนซานดง แทจอน เลยตัดสินใจไปลองกินในวันหยุดสุดสัปดาห์ค่ะ ต่างจากเมนูซุปที่เคยกินบ่อยๆ เมนูนี้เป็นปลาเผาราดซอสเครื่องเทศแล้วต้มต่อ เลยอยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง!
ร้านตั้งอยู่ชั้น 2 ของตึก ป้ายร้านเห็นชัดตั้งแต่ไกลเลยไม่หลงทาง เดินขึ้นบันไดไปได้เลยค่ะ ไปถึงตอนประมาณบ่ายสามครึ่งวันหยุดสุดสัปดาห์ ซึ่งเลยช่วงพีคมื้อเที่ยงมาแล้ว ในร้านเลยไม่ค่อยแน่น บรรยากาศโล่งสบาย หาที่นั่งกินได้อย่างสบายใจ
นั่งอ่านเมนูบนโต๊ะอย่างช้าๆ คิดว่าจะสั่งรสไหนดี สุดท้ายเลือกเมนูซิกเนเจอร์อย่าง Qinghuajiao Kaoyu ค่ะ


รายการที่สั่ง — ปลานิงโป ผักเห็ดรวม และเซลฟ์บาร์
เลือกปลาแบบพื้นฐานที่ร้านมีให้คือปลานิงโป (Ningbo fish) เพราะสาขาตุนซานดงมีให้เฉพาะปลาชนิดนี้ แล้วสั่งผักเห็ดรวมเพิ่มเพื่อให้กินได้อิ่มจุใจขึ้น และเลือกใช้เซลฟ์บาร์แบบจ่ายคนละ 2,000 วอนที่กินข้าวและเครื่องดื่มได้ไม่อั้นด้วยกันทั้งสองคนค่ะ






สั่งเสร็จแล้วระหว่างรอ ก็เดินไปที่มุมเซลฟ์บาร์กลางร้าน ตักข้าวสวยร้อนๆ จากหม้อหุงข้าวมาเยอะๆ แล้วตักซอสหลายๆ รสมาด้วยค่ะ!


รสชาติชิงฮวาเจียวคาโอยฺว์เป็นอย่างไร
ผ่านไปประมาณ 10 นาที กระทะเหลี่ยมใบใหญ่ที่ใส่ Qinghuajiao Kaoyu มาก็ถูกวางบนเตาแก๊ส มีพริกชิงฮวาและพริกโรยเต็มด้านบน ในกระทะมีปลานิงโปทั้งตัว ด้านนอกเผาจนเหลืองน่ากิน ด้านล่างมีน้ำซุปเฉพาะของร้านขังอยู่พอดีๆ
พอเปิดแก๊สแล้วน้ำซุปเริ่มเดือดปุดๆ ก็มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัวของพริกซานเจียวลอยมาจางๆ (พอผ่านไปประมาณ 5 นาทีตามนาฬิกาทราย พนักงานก็มาช่วยแกะก้างชิ้นใหญ่ให้เอง ดีมากเลยค่ะ!)
ลองใช้ตะเกียบแหวกเนื้อปลาดูเบาๆ เนื้อขาวหนานุ่มก็แยกออกเป็นเส้นๆ ตามลายเนื้อ ตักชิ้นใหญ่จุ่มลงในน้ำซุปแล้วลองชิมดู เปลือกนอกหอมมัน เนื้อในชุ่มฉ่ำ สัมผัสดีมาก ไม่มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นดินแบบปลาน้ำจืดเลยแม้แต่น้อย เนื้อปลานุ่มมากจนใช้ช้อนตักกินได้สบายๆ
โดยเฉพาะรสของชิงฮวาเจียวที่เป็นเอกลักษณ์ ให้ความรู้สึกสดชื่นและเผ็ดชาแบบที่ต่างจากซอสมาล่าแดงทั่วไปชัดเจน ตอนแรกจะรู้สึกหอมๆ ก่อน แล้วค่อยๆ มีความซ่าที่ปลายลิ้นแบบสบายๆ ตามมา ซอสที่เค็มปนเผ็ดซึมเข้าเนื้อปลาลึกถึงข้างใน กินคู่กับข้าวสวยจากเซลฟ์บาร์ได้เข้ากันมากๆ
ใส่ผักเห็ดรวมแล้วให้ฟีลเหมือนหม้อไฟ
พอกินปลาไปได้ครึ่งหนึ่งพื้นที่ในกระทะก็เริ่มว่าง เลยใส่ผักเห็ดรวมที่สั่งไว้ลงไปเต็มๆ เลยค่ะ ผักกาดขาว ผักฉ่อย เห็ดเข็มทอง เห็ดหูหนู และฟูจู ต่างดูดซึมน้ำซุปปลาเข้มข้นจนกลายเป็นของอร่อยอีกแบบ
พอผักสุกก็มีน้ำผักออกมาผสม ทำให้รสน้ำซุปเข้มข้นขึ้นอีกขั้น เนื้อสัมผัสของผักนุ่มๆ กับเห็ดที่เหนียวหนึบเข้ากันดี รู้สึกเหมือนกำลังกินหม้อไฟเลยค่ะ มีวุ้นเส้นแพนด้ากับลูกชิ้นปลาด้วย ปริมาณเยอะมากไม่ขาดเลย สั่งหนึ่งที่กินกัน 3 คนก็ได้ค่ะ!
การเติมน้ำซุปและจุดที่รู้สึกติดใจนิดหน่อย
กินไปเรื่อยๆ พอน้ำซุปในหม้อระเหยลงตามธรรมชาติของอาหารประเภทหม้อไฟ รสชาติของซอสก็เริ่มเข้มขึ้นหน่อย ตอนนั้นแค่กดกริ่งบนโต๊ะเรียกพนักงานมาบอก เขาก็เติมน้ำซุปใสสดใหม่ลงในกระทะให้ทันที ทำให้ปรับรสไม่ให้เค็มเกินไปได้ พอน้ำซุปใหม่เดือดอีกครั้ง รสชาติก็กลับมาพอดีเหมือนตอนแรก กินต่อจนจบได้อย่างสบายใจ
ก้างปลาก็เป็นก้างใหญ่ แทบไม่มีก้างเล็กๆ เลย แกะเนื้อออกมากินได้ง่ายไม่ยุ่งยากเลยค่ะ และเซลฟ์บาร์คนละ 2,000 วอนที่ได้กินข้าวกับน้ำอัดลมแบบไม่อั้นก็คุ้มมากเมื่อเทียบกับปริมาณและองค์ประกอบโดยรวมของมื้อนี้
ถ้าจะให้พูดถึงจุดที่รู้สึกติดใจนิดหน่อย คือคนที่ไม่ค่อยชินกับความเผ็ดชาที่ทำให้ลิ้นชาๆ แบบฮวาเจียว อาจรู้สึกว่าชิงฮวาเจียวแรงไปสักหน่อย ถ้าลิ้นไม่ค่อยคุ้นกับเครื่องเทศ แนะนำให้เริ่มจากเมนูที่รสอ่อนกว่าอย่างคาโอหยูกระเทียมที่เผ็ดชาน้อยกว่าจะเหมาะกว่าค่ะ
✅ เคล็ดลับดีๆ!
- ยิ่งน้ำซุปงวดยิ่งเค็มขึ้น เลยอยากแนะนำให้หรี่ไฟลงเป็นระยะๆ ระหว่างกิน แล้วเติมน้ำซุปไปเรื่อยๆ จะได้รสชาติที่กำลังดี
- ตอนแรกแนะนำให้แกะส่วนหัวหรือก้างชิ้นใหญ่ที่ไม่กินออกก่อน จะได้ไม่ต้องกินน้ำมันที่ออกมามากขึ้นตอนต้มนานๆ
สรุปโดยรวม
สรุปโดยรวมแล้ว ได้สัมผัสรสชาติที่แตกต่างจากอาหารมาล่าที่เคยกินบ่อยๆ เป็นการไปกินที่มีความหมายพอสมควรเลยค่ะ ปลาขนาดใหญ่ น้ำซุปเผ็ดชา บวกกับผักเห็ดที่สั่งเพิ่มและข้าวสวย รวมกันแล้วอิ่มท้องดีมากสำหรับหนึ่งมื้อ ถ้าใครอยู่แถวตุนซานดง แทจอน และชอบอาหารจีนแนวแปลกใหม่หรือชอบรสเผ็ดชาแบบมาล่า ร้านนี้น่าลองไปสัมผัสสักครั้งค่ะ
โพสต์นี้เขียนขึ้นจากความคิดเห็นส่วนตัวอย่างตรงไปตรงมาค่ะ!
ที่ตั้ง
13 Dunsan-ro 31beon-gil, Seo-gu, Daejeon, South Korea, 2nd floor, unit 1대전광역시 서구 둔산로31번길 13 2층 1호










