ร้านปิ้งย่างเกาหลี ฮวากกดง โซล หมูรมควันถ่านย่างมาให้ Gwangseonjip
สรุปสั้น ๆ
Gwangseonjip Kkachisan Station Main Branch คือร้านปิ้งย่างเกาหลีใกล้สถานี Kkachisan ย่านฮวากกดง โซล ที่ย่างเนื้อหมูส่วนพิเศษรมควันถ่านมาเสิร์ฟให้ถึงโต๊ะ สั่ง Gwangseonjip Modeum Hanpan (ชุดหมูรวม) คู่กับเบียร์สดและ gobongbap (ข้าวพูนชาม) แถมยังได้กิน pa-kimchi jjim (กิมจิต้นหอมตุ๋น) และข้าวผัดจนอิ่มแน่น เหมาะกับวันที่อยากกิน ogyeopsal, kkodeulsal และ ppolsal แบบสบาย ๆ โดยไม่ต้องย่างเอง

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
- ระยะทางจากสถานี Kkachisan
- เดิน 4 นาที (326 ม.)
- เมนูที่สั่ง
- Gwangseonjip Modeum Hanpan (ชุดหมูรวม), เบียร์สด, gobongbap (ข้าวพูนชาม)
- เวลาทำการ
- 16:30–24:00
- การจอง
- ช่วงพีคตอนเย็นและวันหยุดสุดสัปดาห์อาจต้องรอคิว แนะนำจองผ่าน Catch Table หรือ Naver
ตามที่ผู้ไปเยือนเขียนไว้เมื่อ 10 กันยายน 2569
ฉันเป็นสายกินเนื้อตัวยงขนาดที่ถ้าสัปดาห์ไหนไม่ได้กินเนื้อสักมื้อจะเกิดอาการลงแดงงอแงเลยค่ะ แต่พอต้องย่างเองก็ดันขี้เกียจซะงั้น เลยชอบร้านปิ้งย่างที่มีคนย่างมาให้อร่อย ๆ แล้ววางตรงหน้าเป็นพิเศษ ช่วงนี้ร้านที่ย่างให้ที่โต๊ะก็มีเยอะอยู่หรอกนะคะ และเวลาพนักงานมาตั้งใจย่างเนื้อให้ที่โต๊ะก็ขอบคุณมากอยู่ แต่บางทีมันก็ทำให้คุยกันไม่ค่อยสะดวก แล้วก็มีจังหวะที่ต่างฝ่ายต่างเก้อ ๆ เขิน ๆ กันนิดหน่อยเหมือนกันค่ะ
Gwangseonjip Kkachisan Station Main Branch คือร้านที่ย่างเนื้อแยกมาให้ในสภาพพร้อมกินอร่อย ๆ โดยไม่ต้องมีความเก้อ ๆ กึ่ง ๆ แบบนั้นเลยค่ะ นั่งสบาย ๆ แล้วได้กินเนื้อหมูส่วนพิเศษที่รมควันถ่านมาอย่างนุ่มนวลได้ทันที เลยเป็นร้านที่เหมาะเป๊ะกับคนแบบฉันที่ขี้เกียจย่างแต่อยากกินเนื้อให้เต็มที่ค่ะ

เดินทางไป Gwangseonjip จากสถานี Kkachisan
Gwangseonjip ตั้งอยู่ที่ย่านฮวากกดง (Hwagok-dong) กรุงโซล มีร้านอยู่ใกล้สถานี Kkachisan ค่ะ

ร้านอยู่ห่างจากสถานี Kkachisan ซึ่งเป็นสถานีของรถไฟใต้ดินสาย 2 และสาย 5 แค่เดิน 4 นาที (326 ม.) การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะจึงถือว่าสะดวกทีเดียวค่ะ แถมหน้าร้านยังเป็นป้ายรถเมล์ที่มีรถเมล์ในเมืองสาย 674, 6628, 6630, 6716 ฯลฯ วิ่งผ่าน เลยเป็นร้านที่เหมาะสำหรับนัดเจอกับคนที่อาศัยอยู่แถบตะวันตกเฉียงใต้ของโซลด้วยค่ะ
ร้านอยู่ชั้น 1 ริมถนนใหญ่ หาง่ายมากค่ะ ก่อนเข้าร้านจะสะดุดตากับบอร์ดแทร็กกิ้งที่อยู่ใกล้ประตูทางเข้า ในฐานะที่ Gwangseonjip ปักหลักเป็นร้านปิ้งย่างตัวแทนของย่าน Kkachisan ตัวเลขจำนวนผู้เข้าร้านและจำนวนรีวิวก็น่าประทับใจไม่น้อยค่ะ โดยเฉพาะยอดขายสะสมที่แสดงเป็นตัวเลขไว้ด้วย ทำให้รู้สึกได้ทันทีเลยว่ามีลูกค้าแวะมาเยอะขนาดไหน

ร้านดังขนาดนี้ การจองผ่าน Catch Table หรือ Naver จึงเป็นสิ่งจำเป็น! โดยเฉพาะช่วงพีคตอนเย็นหรือวันหยุดสุดสัปดาห์อาจต้องรอคิว จองก่อนไปจะสะดวกกว่าเยอะเลยค่ะ

บรรยากาศร้านกับโคมระย้าและโต๊ะกว้าง
พอเข้ามาด้านในจะเห็นโคมระย้าขนาดใหญ่ที่ส่องสว่างอย่างหรูหราอยู่มุมหนึ่งของร้านจนดึงสายตาเลยค่ะ เป็นพื้นที่ที่ตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์ และถ้าได้โต๊ะที่มีโคมระย้าเป็นฉากหลัง ก็จะได้รูปสวยประจำชีวิตในบรรยากาศที่ต่างจากร้านปิ้งย่างทั่วไปค่ะ

โต๊ะก็กว้าง วางเนื้อ เครื่องเคียง และไซด์ดิชพร้อมกันก็ไม่แน่นอึดอัด มากันหลายคนก็นั่งกินสบายค่ะ

สั่งอาหารผ่านคีออสก์ที่ตั้งอยู่ที่โต๊ะได้เลยค่ะ

Gwangseonjip Modeum Hanpan และอีเวนต์ต่าง ๆ
เมนูซิกเนเจอร์ประจำร้านคือชุดรวมที่ได้ลองทั้ง ogyeopsal (หมูสามชั้นติดหนัง) จากเชจูและเนื้อหมูส่วนพิเศษ พวกเราสั่ง Gwangseonjip Modeum Hanpan (ชุดหมูรวมถาดใหญ่ของร้าน) + เบียร์สด + gobongbap (ข้าวพูนชาม) มากินกันค่ะ


ทางร้านมีอีเวนต์หลากหลายให้ร่วมสนุก นอกจากมื้ออาหารแล้วยังมีความสนุกเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เก็บเกี่ยวอีกค่ะ เพิ่มเพื่อนช่องทาง Kakao จะได้คูปองสุ่มของรางวัล 1 ครั้ง ส่วนถ้าจองผ่าน Naver หรือร่วมเขียนรีวิวใบเสร็จก็จะได้ bajirak doenjang-jjigae (ซุปเต้าเจี้ยวหอยลาย) เพิ่มอีกด้วย เก็บอีเวนต์ทีละอย่างนี่สนุกดีจริง ๆ ค่ะ

ช่วงฤดูร้อนมีเบียร์สดเย็น ๆ ในราคาน่ารักแบบลิมิเต็ดด้วยค่ะ ค่าเครื่องดื่มสบายกระเป๋าบวกกับกับแกล้มอร่อย ๆ ความพึงพอใจก็ยิ่งพุ่งขึ้นไปอีกค่ะ


พอนั่งลงที่โต๊ะ ทางร้านจะแจก Welcome KIT ของขวัญน่ารัก ๆ สำหรับลูกค้าที่มาเยือนคนละชุดค่ะ มีวิตามินสำหรับเติมพลัง น้ำผึ้งสำหรับล้างปากแบบหวาน ๆ และเอนไซม์ช่วยย่อยรสสับปะรดที่ช่วยลดความหนักท้องหลังมื้ออาหาร เป็นสิ่งเล็ก ๆ ก็จริง แต่บริการที่มีเซนส์แบบนี้น่าจะเป็นจุดหนึ่งที่ดึงลูกค้าให้มาได้เลยนะคะ


ตั้งแต่เครื่องเคียงพื้นฐานจนถึงชุดหมูรวมย่าง
ชุดเครื่องเคียงพื้นฐานก็น่าประทับใจค่ะ มีซอสมาให้ถึง 4 แบบเพื่อให้กินเนื้อได้อร่อยขึ้น ทั้งซอสเห็ดหอมวาซาบิ ssamjang (ซอสเต้าเจี้ยวสำหรับห่อผัก) เกลือ และวาซาบิ จับคู่กินได้หลายแบบ เลยสนุกกับการลองรสชาติคอมโบต่าง ๆ ในแต่ละส่วนของเนื้อค่ะ ส่วนคอร์นชีสที่ไว้กินระหว่างรอเนื้อย่างออกมาก็ใส่ชีสมาแบบเน้น ๆ หยิบกินเล่นเพลิน ๆ ได้ดีเลยค่ะ

ในที่สุดจานหมูรวมย่างก็มาถึง! เสิร์ฟมาพูนเต็มจนแทบล้นจาน ตั้งแต่ตอนที่พนักงานยกมาก็ตาโตกันแล้วค่ะ



จากซ้ายคือ ogyeopsal, kkodeulsal (หมูส่วนกรุบเด้ง) และ ppolsal (แก้มหมู) ค่ะ ogyeopsal มีชั้นไขมันกับเนื้อแดงที่สมดุลกันดี นุ่มและหอมมันสุด ๆ ส่วน kkodeulsal ก็กรุบเด้งสมชื่อและยังคงความฉ่ำไว้ได้ ส่วน ppolsal เริ่มด้วยรสสะอาด ๆ แล้วตามมาด้วยความหนึบและกลิ่นหอมของเนื้อ เป็นส่วนที่มือไปหยิบบ่อยที่สุดในสามส่วนเลยค่ะ


ถึงจะย่างมาแล้ว แต่ถั่วงอกกับผักที่อยู่ในจานเดียวกันจะค่อย ๆ สุกไปเรื่อย ๆ เพิ่มความชุ่มฉ่ำและรสอูมามิ ทำให้ยิ่งเวลาผ่านไปยิ่งอร่อยขึ้นค่ะ


ปิดท้ายด้วย gobongbap, pa-kimchi jjim และข้าวผัด
อีกหนึ่งจุดเด่นของร้านนี้คือ gobongbap ค่ะ! สำหรับสายคาร์บอย่างฉัน เวลากินเนื้อถ้าไม่มีข้าวจะรู้สึกขาดอะไรไป พอเห็นข้าวชามหนึ่งที่พูนเต็มจานไม่ต่างจากเนื้อ ก็ซาบซึ้งกับความใจกว้างของร้านนี้เลยค่ะ

pa-kimchi jjim (กิมจิต้นหอมตุ๋นกับหมู) ที่แถมมาให้ก็เป็นงานศิลปะเลยค่ะ! กลิ่นหอมของหมูที่หั่นมาเป็นชิ้นใหญ่ ๆ หนา ๆ ผสานกับกลิ่นของกิมจิต้นหอมที่เคี่ยวจนเดือดปุด ๆ พอกินเนื้อคำ pa-kimchi jjim คำ ความเลี่ยนของเนื้อก็หายไปเองตามธรรมชาติ แล้วความอยากอาหารก็กลับมาอีกจนหยุดตะเกียบไม่ได้เลยค่ะ

ปิดท้ายก็ต้องเป็นข้าวผัด (bokkeumbap) แน่นอนค่ะ! ทั้งที่อิ่มแน่นด้วยเนื้อและ pa-kimchi jjim ไปแล้ว แต่พอเห็นโต๊ะข้าง ๆ ผัดข้าวบนกระทะเหล็กเสียงซู่ซ่า ก็ทนไม่ไหวต้องสั่งค่ะ ข้าวร่วน ๆ ที่ถูกกดจนเกรียมนิด ๆ บนกระทะเหล็ก บวกกับรสหวานอมเปรี้ยวของกิมจิผัด! อิ่มแน่นจนคำสุดท้ายแล้วค่อยออกจากร้านค่ะ
ขอแนะนำสำหรับคนแบบนี้
- คนที่ชอบกินเนื้อแต่ขี้เกียจย่างเอง อยากได้มื้อสบาย ๆ
- คนที่ชอบเนื้อหมูส่วนพิเศษอย่าง kkodeulsal และ ppolsal
- คนที่ชอบรสเนื้อเข้มข้นที่มีกลิ่นถ่านและกลิ่นรมควันชัดเจน
- คนที่ชอบชุดหมูรวมย่างที่ได้ชิมหลากหลายตั้งแต่ ogyeopsal ไปจนถึงส่วนพิเศษ
- คนกินจุที่อยากอิ่มเต็มที่ด้วย gobongbap และเนื้อปริมาณเยอะ ๆ
วางที่คีบลง แล้วหยิบแค่ตะเกียบพอค่ะ! ร้านที่นั่งกินอย่างเดียวจริง ๆ😚
ที่ตั้ง
1F, Somang Building, 149 Gomdallae-ro, Gangseo-gu, Seoul, South Korea서울특별시 강서구 곰달래로 149 소망빌딩 1층








