ร้านอาหารเกาหลีกวางฮวามุน มื้อเย็นกับแม่ Modam Dining
สรุปสั้น ๆ
Modam Dining Gwanghwamun ร้านอาหารเกาหลีแบบคอร์สตั้งอยู่ชั้นใต้ดิน 1 ของอาคาร Deoksugung D Palace ย่านกวางฮวามุน กรุงโซล ไปกินมื้อเย็นวันอาทิตย์กับแม่สองคน สั่งชุดโทกกัลบีเป๋าฮื้อและชุดข้าวเนยกุ้งเป๋าฮื้อคนละเซ็ต ราคาเซ็ตละ 40,000 วอน ตามด้วยโจ๊กถั่วเขียว สลัดสองแบบ แพ็กกิมจิขาว เซบิเช่ปลาลิ้นหมา เห็ดหอมทอด และคาเปลลินีกุ้งหวาน รสชาติไม่เค็มจัดกินกับผู้ใหญ่ได้สบาย มีห้องส่วนตัวด้วยจึงเหมาะเก็บไว้เป็นตัวเลือกงานสังสรรค์ครอบครัวหรือนัดเจอครอบครัวฝ่ายชายหญิง

ข้อมูลที่ยืนยันแล้ว
- ที่ตั้ง
- B102, B103, 1F basement, Deoksugung D Palace, 10 Saemunan-ro 2-gil, Jongno-gu, Seoul, South Korea
- เวลาเปิด
- เปิดทุกวัน 11:00–22:00 พักเบรก 15:00–17:00
- ที่จอดรถ
- ที่จอดรถใต้อาคาร จอดได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง
- คอร์กเกจ
- คอร์กเกจฟรี
- มื้อกลางวัน
- คอร์สราคาหลักสองหมื่นวอน (จากอาหารเรียกน้ำย่อยถึงของหวาน)
- ที่สั่งมื้อเย็น
- ชุดโทกกัลบีเป๋าฮื้อ และชุดข้าวเนยกุ้งเป๋าฮื้อ ราคาเซ็ตละ 40,000 วอน
- ที่นั่ง
- โซนโถงหลัก โซนสำหรับงานสังสรรค์/กลุ่มใหญ่ และมีห้องส่วนตัว
ตามที่ผู้ไปเยือนเขียนไว้เมื่อ 9 กันยายน 2569
ตอนหาร้านอาหารเกาหลีอร่อยๆ เคยสะดุดตากับ Modam Dining Gwanghwamun ที่เสิร์ฟฮันจองสิกแบบฟิวชันเป็นคอร์สอร่อยและดูเรียบร้อยมาก ใครชอบเดินเล่นแถวพระราชวังด็อกซูกุงกับศาลาว่าการก็แวะปิดท้ายทริปที่นี่ได้เลย
ที่ตั้ง ที่จอดรถ และเวลาเปิด
ร้านอยู่ในอาคาร D Palace ย่านกวางฮวามุน จอดรถในลานจอดใต้ดินของอาคารได้ถึง 2 ชั่วโมง ในอาคารเดียวกันมีร้านดังอย่าง Our Bakery ด้วย น่าจะคึกคักมากวันธรรมดา แต่ตอนไปเป็นบ่าย 5 โมงวันอาทิตย์เลยค่อนข้างเงียบสบาย เปิดทุกวันตั้งแต่ 11 โมงถึง 4 ทุ่ม พักเบรก 15:00–17:00

บรรยากาศภายนอก-ภายใน และพื้นที่รับประทานอาหาร
พอเดินมาถึงโซน Modam Dining ที่ชั้นใต้ดิน 1 บรรยากาศเปลี่ยนไปเลยทันที ที่สะดุดตาคือป้ายคอร์กเกจฟรี เพราะงานสังสรรค์ยังไงก็ขาดเหล้าไม่ได้ พอฟรีคอร์กเกจก็พกไวน์มาเองได้สบายใจ


พอเดินเข้าไปข้างในจะเจอโถงทานอาหารหรูๆ เหมือนแกลเลอรีเลย ของตกแต่งแบบดั้งเดิมผสมกับของแบบตะวันตกจัดวางเข้ากันดี ถูกใจมาก
วันนั้นไปกับแม่สองคนเลยจองโต๊ะสำหรับ 2 คนไว้ล่วงหน้า พนักงานพาไปนั่งแล้วเห็นผ้ากระสอบตกแต่งอยู่บนเพดาน มีเป็ดไม้แกะสลักและของตกแต่งสไตล์เกาหลีวางกระจายอยู่รอบๆ คิดว่าถ้าพาเพื่อนต่างชาติหรือเพื่อนสนิทมาก็น่าจะเก๋ดี

โซนนี้ดูรองรับงานเลี้ยงหรือกลุ่มใหญ่ได้ และสมกับเป็นร้านสำหรับงานสังสรรค์ ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับนัดเจอครอบครัวฝ่ายชายหญิงหรืองานแจกการ์ดแต่งงานด้วย


เมนูและคอร์สอาหาร
ราคามื้อกลางวันอยู่ที่หลักสองหมื่นวอน เสิร์ฟตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อยจนถึงของหวาน เหมาะกับนัดกินข้าวเที่ยงมาก สมัยนี้บุฟเฟต์กำลังฮิตแต่บุฟเฟต์มักวุ่นวายและอาหารสะเปะสะปะ ส่วนที่นี่โดยเฉพาะมื้อกลางวันคือได้บรรยากาศหรูเรียบร้อยในราคาที่คุ้มค่า


รายการที่สั่ง — มื้อเย็นชุดโทกกัลบีเป๋าฮื้อ 1 ที่ และชุดข้าวเนยกุ้งเป๋าฮื้อ 1 ที่
วันนั้นไปตอนเย็นเลยเป็นราคาดินเนอร์ เซ็ตละ 40,000 วอน สั่งชุดทกกัลบี (tteokgalbi กี่ทอดเนื้อเกาหลี) เป๋าฮื้อ และชุดข้าวเนยกุ้งเป๋าฮื้อ ตอนแรกจะสั่งฮันวูปุลโกกิด้วย แต่พนักงานบอกว่าสั่งทกกัลบีกับกุ้งเป๋าฮื้อคนละที่ได้เลยเลยสั่งแบบนั้น

เริ่มด้วยโจ๊กถั่วเขียวที่ไม่หวาน มีกลิ่นถั่วแดงหอมๆ ช่วยปรับท้องได้ดี

ต่อมาเป็นสลัดสดชื่นราดด้วยยูซุและโอมิจา (ไม่แน่ใจ) เป็นน้ำสลัดผลไม้สดๆ รสสะอาดช่วยเปิดต่อมรับรสได้ดี อร่อยเลย

ต่อด้วยสลัดที่ปรุงรสด้วยถั่วจัตและงา น้ำสลัดหอมมัน มีรากบัว แตงกวา และเซเลอรี่กรอบไม่แฉะน้ำ กินคู่มื้ออาหารได้เพลินมาก ปกติไม่ค่อยชอบถั่ว แต่จานนี้อร่อยจริง

แล้วก็กิมจิขาว เหมือนทำเองสดใหม่ รสชาติพอดีเป็นเครื่องเคียงระหว่างคอร์ส สดชื่นกรอบดี ตามที่เขาว่ากันว่าจะรู้ว่าร้านอร่อยไหมให้ชิมกิมจิก่อน อันนี้ผ่านฉลุย

ต่อมาคืออาหารเรียกน้ำย่อยที่จัดมาเต็มขนาดเกินคำว่า 'เรียกน้ำย่อย' เผลอกินเพลินอาจอิ่มก่อนจานหลักได้เลยนะ! ที่ชอบคือแทนที่จะใช้ที่คีบ ร้านนี้ให้ตะเกียบคีบอาหารแทน ดูหรูและสะอาดกว่ามาก

เซบิเช่ปลาลิ้นหมา เนื้อแน่นเหนียวนุ่มอร่อยมาก

เห็ดหอมชิ้นใหญ่ทอด 2 ชิ้น พนักงานมาหั่นให้ถึงโต๊ะ

พอหั่นแล้วยิ่งกรอบร้อนๆ ซอสที่เคลือบด้านนอกก็หวานนิดๆ เข้ากันดีกับความกรอบของทอด

คาเปลลินีกุ้งหวาน (dansaeu capellini) จานที่รอคอย เส้นบางๆ แบบคาเปลลินีให้ความรู้สึกเหมือนเส้นโซมยอน ผสมผสานสไตล์เกาหลีกับตะวันตกได้อร่อยเซอร์ไพรส์

ปริมาณสำหรับ 2 คนคือคีบได้คนละ 3 คำพอดี แบบกินแล้วอยากได้เพิ่มอีกหน่อย
แล้วก็เครื่องเคียงที่เสิร์ฟมาด้วยคือกิมจิ ก้านมันเทศ รากโดราจิ และเห็ดหอมคลุกเครื่อง นอกจากกิมจิแล้วเครื่องเคียงอื่นรสไม่เค็มอร่อยดี กิมจิแดงรสชาติธรรมดาไปหน่อย เลยหันไปตักกิมจิขาวกินแทน

ชุดโทกกัลบีเป๋าฮื้อ และข้าวเนยกุ้งเป๋าฮื้อ
ในที่สุดก็ถึงเมนูหลัก ชุดทกกัลบีเป๋าฮื้อรสชาติกลมกล่อมไม่เค็มจัด ผู้ใหญ่กินได้สบาย แม่ที่ปกติบ่นว่าเค็มตลอดยังบอกว่าจานนี้ไม่เค็มเลย

ตามมาด้วยชุดกุ้งเป๋าฮื้อ 1 ที่ นอกจากเป๋าฮื้อ กุ้งไทเกอร์ และกุ้งธรรมดาแล้วยังมีหมูต้มดองรวมอยู่ด้วย แปลกดี แต่รสชาติเค็มกว่าที่คิด เลยแนะนำให้สั่งคู่กับทกกัลบีจะได้บาลานซ์กัน!

ข้าวเป๋าฮื้อเสิร์ฟมาพร้อมเนย Isigny ให้เทลงในชามใหญ่แล้วคลุกกินได้เลย ทีแรกคิดว่าข้าวเยอะไปหน่อย แต่สุดท้ายก็หมดจานเกลี้ยง

ไส้ในของกุ้งไทเกอร์ก็อร่อยไม่แพ้กัน หั่นเห็ดหูหนู กุ้ง และเนื้อเป็นคำพอดี แล้วคลุกกินรวมกัน

ทกกัลบีมีรสเนื้อวัวเข้มข้นเต็มคำ ชอบมาก เนื้อกลิ่นหอมไม่มัน อิ่มท้องดี กินคู่กับเป๋าฮื้อดองยิ่งเข้ากันสุดๆ!

กินอย่างเพลิดเพลินจนเสร็จ พนักงานก็มาเก็บจานให้เรียบร้อย ปิดท้ายด้วยชาบ๊วยหนึ่งแก้ว!
สรุปโดยรวม
ที่นี่ยังมีคอร์สพิเศษอย่าง surasang และ juansang สำหรับวันสำคัญหรือรับรองแขก เหมาะกับงานครอบครัวอย่างครบรอบวันเกิดหรือนัดเจอครอบครัวฝ่ายชายหญิง อยากกลับมาชิมเมนูที่ยังไม่ได้ลองอีก ส่วนเมนูราคาสองถึงสามหมื่นวอนก็เหมาะกับเดตหรือนัดบอด หรือพาเพื่อนต่างชาติมาเลี้ยงก็ได้เหมือนกัน
ที่ตั้ง
B102, B103, 1F basement, Deoksugung D Palace, 10 Saemunan-ro 2-gil, Jongno-gu, Seoul, South Korea서울특별시 종로구 새문안로2길 10 덕수궁디팰리스 지하 1층 B102호, B103호










